ปัญหาที่ 2 การล่วงละเมิดและการชั่ว

ถาม - ตอบ ปัญหากิตติคุณ

คำถามที่ 2 การล่วงละเมิดและการชั่ว

 ถาม : “การล่วงละเมิด” และ “การชั่ว” ในพระคัมภีร์แตกต่างกันอย่างไร?

ตอบ : “การล่วงละเมิด” และ “การชั่ว” เป็นคำที่ใช้ในพันธสัญญาเดิมเป็นพิเศษ เป็นคำสองคำที่ทำให้นึกถึงความบาปสองด้านในพันธสัญญาเดิม โดยการล่วงละเมิดเป็นด้านอัตวิสัย ส่วนการชั่วเป็นด้านปรวิสัย การล่วงละเมิดชี้ที่การประพฤติของพวกเรา การชั่วชี้ที่สภาพการณ์ของพวกเราต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า พวกเราอยู่บนโลกทำการล่วงละเมิด พวกเราก็มีการชั่วต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า บทเพลงสรรเสริญ 32:5 กล่าวว่า “...การล่วงละเมิดนั้นข้าพเจ้าจะสารภาพต่อพระยะโฮวา และพระองค์ได้ทรงโปรดยกโทษการชั่วของข้าพเจ้าเสีย” (ตามภาษาเดิม) ยิระมายา 33:8 กล่าวว่า “และเราจะชำระเขาทั้งปวงให้ปราศจากการชั่วของเขา ที่เขาทั้งปวงได้ทำผิดต่อเรา แลเราจะยกแต่บรรดาบาปโทษ (การชั่ว) ของเขาทั้งปวง ที่เขาทำบาป แลที่เขาได้ทำผิดต่อเรานั้น” จะเห็นได้ว่าการชั่วคือสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าหลังจากมนุษย์ได้ล่วงละเมิด กระทำผิดบาปแล้ว มนุษย์กระทำผิดบาป มนุษย์ได้กระทำผิดต่อพระเจ้า ได้ฝ่าฝืนต่อพระเจ้า ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้ามนุษย์ก็มีการชั่ว ในหนังสือเอ็กโซโด เลวีติโก มักกล่าวถึงปุโรหิตอยู่ในที่บริสุทธิ์ได้กระทำสิ่งนี้เพื่อแบกโทษแทนเขา ได้กระทำสิ่งนั้นเพื่อแบกโทษแทนเขา ซึ่งคำว่าแบกโทษแทนที่ใช้มาทั้งหมดนั้นล้วนใช้คำว่าการชั่ว (avon) ไม่ได้ใช้คำว่าการล่วงละเมิด (pesha) เลย (ดูประกอบ เอ็กโซโด 28:38,43; เลวีติโก 5:1,17) การชั่วเป็นสิ่งของอย่างหนึ่งต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ต้องมีการแบกแทนและไถ่โทษในที่บริสุทธิ์ ดังนั้นเมื่อในหนังสือดานิเอล 9:24 กล่าวถึง การลงโทษ (การล่วงละเมิด) กับความบาป ก็ได้กล่าวถึงว่าต้อง “หยุด” และ “สิ้นสุด” เมื่อพูดถึง “การชั่ว” ก็ได้กล่าวถึง “การไถ่” เพราะนี้ได้พูดถึงเรื่องราวต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เราได้มองเห็นการล่มสลายของเมืองซะโดม ก็เพราะการชั่วของเขาได้ทวีมากขึ้นต่อพระพักตร์พระยะโฮวาแล้ว (เยเนซิศ 19:13 อ่านประกอบ 15:16)

            การล่วงละเมิดที่พูดถึงในพันธสัญญาเดิม ล้วนกล่าวรวมถึงการกระทำและการเคลื่อนไหวเข้าไว้ด้วยกัน เหมือนกับ โยบ 36:9 ได้กล่าวไว้ว่า “เมื่อนั้นพระองค์ก็ทรงสำแดงให้เขาเห็นการงานของเขา และการผิดบาปของเขาที่เขาได้ประพฤติตัวมาแล้วด้วยความเย่อหยิ่ง” สุภาษิต 12:13 กล่าวว่า “การล่วงละเมิด (ภาษาเดิม) อันเกิดจากริมฝีปาก...” สุภาษิต 28:24 กล่าวว่า “คนที่ลักสิ่งของเอาไปจากบิดามารดาของตนแล้วว่าไม่ผิด (ล่วงละเมิด) ก็จัดว่าคนนั้นอยู่ในจำพวกคนทำลาย” มีคา 1:5 กล่าวว่า “เหตุการณ์ทั้งมวลเหล่านี้ได้บังเกิดขึ้นก็เพราะความผิดบาป (การล่วงละเมิด) ของพวกยาโคบ และความชั่วร้ายแห่งวงศ์วานของพวกยิศราเอล ความผิดบาป (การล่วงละเมิด) ของพวกยาโคบนั้นคืออะไรเล่า? ก็คือกรุงซะมาเรียนั้นเองมิใช่หรือ? สถานชั้นสูงของพวกยะฮูดานั้นคืออะไรเล่า? ก็คือกรุงยะรูซาเลมนั้นเองมิใช่หรือ?” ความเย่อหยิ่ง ลักสิ่งของบิดามารดา การกราบไหว้รูปเคารพ ล้วนเป็นการล่วงละเมิดทั้งสิ้น

            ยะเอศเคล 18:30-31 กล่าวว่า “เหตุฉะนี้พระยะโฮวาเจ้าดำรัสว่า เราจะตัดสินเจ้าทั้งปวงตามการประพฤติ (ภาษาเดิม) ของเขาทุกคน เจ้าทั้งหลายจงกลับหันตัวเสียจากการผิด (การล่วงละเมิด) ทั้งปวงของเจ้า แล้วความชั่วจะมิได้กระทำให้เจ้าฉิบหาย เจ้าทั้งปวงจงทิ้งเสียซึ่งการผิด (การล่วงละเมิด) ทั้งหลายที่เจ้าได้กระทำนั้นจากเจ้า และจงกระทำใจเสียใหม่ และยังวิญญาณของเจ้าให้ใหม่ เหตุไฉนเล่าเจ้าจะตาย โอ้เรือนยิศราเอล” อาโมศ 1:3 กล่าวว่า “พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เพราะการผิด (การล่วงละเมิด) แห่งเมืองดาเมเซ็คสามครั้งและสี่ครั้ง เราจะไม่กลับซึ่งอาชญาโทษแห่งเมืองนั้น...” ที่การล่วงละเมิดเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสก็เพราะว่าการล่วงละเมิดทำให้เกิดการชั่ว แต่ขอบพระคุณพระเจ้า ปัญหาเรื่องการล่วงละเมิดและการชั่วของเราทั้งหลาย ได้จัดการไปหมดสิ้นแล้วด้วยการงานแห่งการช่วยไถ่ของพระคริสต์ “เขาผู้นั้นถูกเจ็บเป็นบาดแผลก็เพราะการล่วงละเมิดของพวกเรา และถูกฟกช้ำก็เพราะความอสัตย์อธรรม (การชั่ว) ของพวกเรา...” (ยะซายา 53:5)-----วอท์ชแมน นี

Hits: 683